ชุมชนนักปฏิบัติ คือ อะไร

 

               คือ ชุมชนที่มีการรวมตัวกัน หรือเชื่อมโยงกันอย่างไม่เป็นทางการ โดยมีลักษณะดังนี้

 

  •        ประสบปัญหาลักษณะเดียวกัน

     

  •        มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน ต้องการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากกันและกัน

     

  •        มีเป้าหมายร่วมกัน มีความมุ่งมั่นร่วมกัน ที่จะพัฒนาวิธีการทำงานได้ดีขึ้น

     

  •        วิธีปฏิบัติคล้ายกัน ใช้เครื่องมือ และภาษาเดียวกัน

     

  •        มีความเชื่อ และยึดถือคุณค่าเดียวกัน

     

  •        มีบทบาทในการสร้าง และใช้ความรู้

     

  •        มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกันและกัน อาจจะพบกันด้วยตัวจริง หรือผ่านเทคโนโลยี

     

  •        มีช่องทางเพื่อการไหลเวียนของความรู้ ทำให้ความรู้เข้าไปถึงผู้ที่ต้องการใช้ได้ง่าย

     

  •        มีความร่วมมือช่วยเหลือ เพื่อพัฒนาและเรียนรู้จากสมาชิกด้วยกันเอง

     

       มีปฏิสัมพันธ์ต่อเนื่อง มีวิธีการเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้แก่สายในทางสังคม

 

 

CoP  คือ

 

 

COP ย่อมาจาก Community of Practice ซึ่งหมายถึง ชุมชนนักปฏิบัติ หรือ ชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่รวบรวมกลุ่มคนที่มีความรู้ความสนใจในเรื่องเดียวกัน มาร่วมแลกเปลี่ยน แบ่งปัน เรียนรู้ในเรื่องนั้น ๆ ร่วมกัน เพื่อได้มาซึ่ง Knowledge Assets : KA หรือ ขุมความรู้ ในเรื่องนั้น ๆ สำหรับคนในชุมชนเพื่อไปทดลองใช้ แล้วนำผลที่ได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสมาชิก อันส่งผลให้ความรู้นั้น ๆ ถูกยกระดับขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านการปฏิบัติ ประยุกต์ และปรับใช้ตามแต่สภาพแวดล้อมและสถานการณ์ที่หลากหลาย อันทำให้งานบรรลุผลดีขึ้นเรื่อยๆ

 

        ที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ชัดเจนว่า แต่ละสาขาอาชีพ มักจะมี “ชุมชน” ของตนเองขึ้นมา เช่น เว็บ pantip ซึ่งได้แตกชุมชนออกหลายๆ กลุ่ม กลุ่มวัยรุ่นที่สนใจเกี่ยวกับกีฬา X-Games กลุ่มนักดินตรีอินดี้  ชุมชนเกษตรกรอินทรีย์  ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง  ฯลฯ

 

        วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และเป็นทางลัดที่ช่วยให้แต่ละคนสามารถเรียนรู้ “เคล็ดวิชา”ผ่านประสบการณ์ของคนอื่น โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาทดลองเอง ความรู้ที่ได้รับนี้ ย่อมมีทั้งความรู้ในสาขาอาชีพ และความรู้นอกสาขาอาชีพที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสาขาอาชีพ และหากใครมีมันสมองและปัญญามากกว่าคนอื่น ย่อมสามารถดูดซับความรู้เหล่านี้เพื่อนำมาปรับใช้ยกระดับตัวเองให้เข้าสู่ระดับปรมาจารย์ได้ดีกว่าคนอื่น

 

 

 

ลักษณะที่สำคัญของ COP

 

 

 

กลุ่มคนที่รวมตัวกันโดยมีความสนใจและความปรารถนา (Passion) ร่วมกันในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง (มี Knowledge Domain) เท่าที่ทราบมีกลุ่มที่สนใจเรื่องเดียวกันหลาย ๆ กลุ่ม เช่น ผู้ที่สนใจฟุตบอลต่างประเทศ กีฬาเทนนิส แบดมินตัน  ชุมชนคนใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการพัฒนางานหรือ คนไอที  ชุมชนวิจัยสถาบัน ชุมชนหัวหน้าฝ่ายการพัฒนาคน พัฒนางาน ศึกษาองค์ความรู้ใหม่ ๆ หรือที่กรรมการประเมินคุณภาพปีล่าสุดให้คำแนะนำ ชุมชนการประกันคุณภาพ

 

 

ประเภทของ COP

 

 

·       Helping Communities เพื่อแก้ปัญหาประจำวันและแลกเปลี่ยนแนวคิดในกลุ่มสมาชิก

 

·       Best Practice Communities เน้นการพัฒนาตรวจสอบและเผยแพร่แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ

 

·       Knowledge-stewarding Communities เพื่อจัดระเบียบยกระดับและพัฒนาความรู้ที่สมาชิกใช้เป็นประจำ

 

·        Innovation Communities เพื่อพัฒนาแนวคิดโดยเน้นการข้ามขอบเขต เพื่อผสมผสานสมาชิกที่มุมมองต่างกัน

 

 

 

ลักษณะการทำ COP

 

1. แบบกลุ่มเล็ก และกลุ่มใหญ่

 

2. แบบเป็นทางการ (Public) - เปิดเผย และไม่เป็นทางการ (Private) -ส่วนตัว

 

3. แบบบนลงล่าง (Top Down) และรากหญ้า (Grass Root)

 

4. แบบแยกฝ่าย และคละฝ่าย

 

5. แบบคนในองค์กร-คนในองค์กร และคนในองค์กร-คนนอกองค์กร

 

6. แบบระหว่างคน-คน และระหว่างคน-สื่อ-คน

 

ชุมชนนักปฏิบัติ คือ อะไร

 

               คือ ชุมชนที่มีการรวมตัวกัน หรือเชื่อมโยงกันอย่างไม่เป็นทางการ โดยมีลักษณะดังนี้

  •        ประสบปัญหาลักษณะเดียวกัน
  •        มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน ต้องการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากกันและกัน
  •        มีเป้าหมายร่วมกัน มีความมุ่งมั่นร่วมกัน ที่จะพัฒนาวิธีการทำงานได้ดีขึ้น
  •        วิธีปฏิบัติคล้ายกัน ใช้เครื่องมือ และภาษาเดียวกัน
  •        มีความเชื่อ และยึดถือคุณค่าเดียวกัน
  •        มีบทบาทในการสร้าง และใช้ความรู้
  •        มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกันและกัน อาจจะพบกันด้วยตัวจริง หรือผ่านเทคโนโลยี
  •        มีช่องทางเพื่อการไหลเวียนของความรู้ ทำให้ความรู้เข้าไปถึงผู้ที่ต้องการใช้ได้ง่าย
  •        มีความร่วมมือช่วยเหลือ เพื่อพัฒนาและเรียนรู้จากสมาชิกด้วยกันเอง

       มีปฏิสัมพันธ์ต่อเนื่อง มีวิธีการเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้แก่สายในทางสังคม

 

CoP  คือ

COP ย่อมาจาก Community of Practice ซึ่งหมายถึง ชุมชนนักปฏิบัติ หรือ ชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่รวบรวมกลุ่มคนที่มีความรู้ความสนใจในเรื่องเดียวกัน มาร่วมแลกเปลี่ยน แบ่งปัน เรียนรู้ในเรื่องนั้น ๆ ร่วมกัน เพื่อได้มาซึ่ง Knowledge Assets : KA หรือ ขุมความรู้ ในเรื่องนั้น ๆ สำหรับคนในชุมชนเพื่อไปทดลองใช้ แล้วนำผลที่ได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสมาชิก อันส่งผลให้ความรู้นั้น ๆ ถูกยกระดับขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านการปฏิบัติ ประยุกต์ และปรับใช้ตามแต่สภาพแวดล้อมและสถานการณ์ที่หลากหลาย อันทำให้งานบรรลุผลดีขึ้นเรื่อยๆ

        ที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ชัดเจนว่า แต่ละสาขาอาชีพ มักจะมี “ชุมชน” ของตนเองขึ้นมา เช่น เว็บ pantip ซึ่งได้แตกชุมชนออกหลายๆ กลุ่ม กลุ่มวัยรุ่นที่สนใจเกี่ยวกับกีฬา X-Games กลุ่มนักดินตรีอินดี้  ชุมชนเกษตรกรอินทรีย์  ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง  ฯลฯ

        วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และเป็นทางลัดที่ช่วยให้แต่ละคนสามารถเรียนรู้ “เคล็ดวิชา”ผ่านประสบการณ์ของคนอื่น โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาทดลองเอง ความรู้ที่ได้รับนี้ ย่อมมีทั้งความรู้ในสาขาอาชีพ และความรู้นอกสาขาอาชีพที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสาขาอาชีพ และหากใครมีมันสมองและปัญญามากกว่าคนอื่น ย่อมสามารถดูดซับความรู้เหล่านี้เพื่อนำมาปรับใช้ยกระดับตัวเองให้เข้าสู่ระดับปรมาจารย์ได้ดีกว่าคนอื่น

 

 

 

ลักษณะที่สำคัญของ COP

กลุ่มคนที่รวมตัวกันโดยมีความสนใจและความปรารถนา (Passion) ร่วมกันในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง (มี Knowledge Domain) เท่าที่ทราบมีกลุ่มที่สนใจเรื่องเดียวกันหลาย ๆ กลุ่ม เช่น ผู้ที่สนใจฟุตบอลต่างประเทศ กีฬาเทนนิส แบดมินตัน  ชุมชนคนใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการพัฒนางานหรือ คนไอที  ชุมชนวิจัยสถาบัน ชุมชนหัวหน้าฝ่ายการพัฒนาคน พัฒนางาน ศึกษาองค์ความรู้ใหม่ ๆ หรือที่กรรมการประเมินคุณภาพปีล่าสุดให้คำแนะนำ ชุมชนการประกันคุณภาพ

 

 

ประเภทของ COP

 

·       Helping Communities เพื่อแก้ปัญหาประจำวันและแลกเปลี่ยนแนวคิดในกลุ่มสมาชิก

·       Best Practice Communities เน้นการพัฒนาตรวจสอบและเผยแพร่แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ

·       Knowledge-stewarding Communities เพื่อจัดระเบียบยกระดับและพัฒนาความรู้ที่สมาชิกใช้เป็นประจำ

·        Innovation Communities เพื่อพัฒนาแนวคิดโดยเน้นการข้ามขอบเขต เพื่อผสมผสานสมาชิกที่มุมมองต่างกัน

 

ลักษณะการทำ COP

 

1. แบบกลุ่มเล็ก และกลุ่มใหญ่

2. แบบเป็นทางการ (Public) - เปิดเผย และไม่เป็นทางการ (Private) -ส่วนตัว

3. แบบบนลงล่าง (Top Down) และรากหญ้า (Grass Root)

4. แบบแยกฝ่าย และคละฝ่าย

5. แบบคนในองค์กร-คนในองค์กร และคนในองค์กร-คนนอกองค์กร

6. แบบระหว่างคน-คน และระหว่างคน-สื่อ-คน

 
ผู้ตั้งกระทู้:นายสมศักดิ์ นวนแก้ว จำนวนครั้งที่อ่าน : 20 ครั้ง

เอกสารแนบ