ชื่อเรื่อง  ประสิทธิผลของนวัตกรรมหมอนให้นมบุตร

ผู้วิจัย     นางผกาทิพย์  นามเรืองศรี  หอผู้ป่วยพิเศษ อาคาร12ชั้น4 รพ.สุรินทร์

         นางปิยนันท์   ผาโคตร      หอผู้ป่วยพิเศษ อาคาร12ชั้น4 รพ.สุรินทร์

ผู้นำเสนอผลงาน  นางปิยนันท์   ผาโคตร  หอผู้ป่วยพิเศษ อาคาร12ชั้น4 รพ.สุรินทร์

สถานที่ติดต่อกลับ   มือถือ081 7185582  E mail piyanan2512@gmail.com

              นมแม่ได้รับการยอมรับกันทั่วโลกว่าเป็นอาหารที่ดีที่สุด กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายในการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะนมแม่มีสารอาหารและภูมิคุ้มกันโรค ช่วยให้ทารกเจริญเติบโต  มีความสมบูรณ์ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจและสติปัญญา ในขณะที่ลูกดูดนมแม่ การให้ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดา ของโรงพยาบาลตามโครงการสายสัมพันธ์แม่ลูกส่วนใหญ่พบว่าการให้ความรู้ด้วยวิธีการสอนหรือบรรยายเกี่ยวกับ ประโยชน์ของนมมารดา วิธีการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดา  และฝึกทักษะมารดาในการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดาเป็นอย่างดี แต่ในทางปฏิบัติมารดาหลังคลอด ยังไม่สามารถนำความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดาได้อย่างถูกต้องขณะที่อยู่ในโรงพยาบาล  ในหอผู้ป่วยอาคาร 12ชั้น4ยังพบว่ามารดาหลังผ่าตัดคลอดบุตร    รายในปี2559คิดเป็น 68.99 % ของมารดาหลังคลอด พบปัญหาที่สัมพันธ์กับการให้นมบุตรลดลง มารดาไม่สามารถให้นมบุตรได้รวดเร็วหลังคลอด เนื่องจากอ่อนเพลียจากการคลอดบุตร ทำให้ต้องให้นมบุตรในท่านอน แต่มารดามีความอ่อนเพลียจากการคลอด ทำให้ไม่สามารถโอบ กอดบุตรให้นอนตะแคงดูดนมได้ถูกต้อง ทำให้บุตรดูดไม่ลึกถึงลานนม เกิดภาวะแทรกซ้อนหลังให้นมบุตรดังนี้เช่น  ปัญหาหัวนมแตก  เจ็บหัวนม  คิดเป็น  ร้อยละ 8.0    ทารกมีภาวะตัวเหลืองจากน้ำนมไม่เพียงพอคิดเป็นร้อยละ20.73 ทำให้มารดาหยุดเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดาในที่สุด ส่งผลกระทบทำให้อัตราการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดาสั้นลง การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาหมอนที่ให้นมบุตรของมารดาหลังผ่าตัดคลอดบุตร  และศึกษาประสิทธิผลของหมอนให้นมบุตรของมารดาหลังผ่าตัดคลอดบุตรครรภ์แรกในท่านอน  กลุ่มตัวอย่างเป็น มารดาครรภ์แรกหลังผ่าตัดคลอดบุตรที่มารับบริการที่หอผู้ป่วยอาคาร12ชั้น4 โรงพยาบาลสุรินทร์ ในช่วงเดือน มีนาคม – เมษายน พศ. 2560 จำนวน 30 ราย ผู้วิจัยเก็บข้อมูลโดยใช้  แบบทดสอบความรู้การปฏิบัติตัวหลังคลอดและการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แบบสังเกตพฤติกรรมก่อนการใช้หมอนในการให้นมบุตร  แบบสังเกตพฤติกรรมหลังการใช้หมอนในการให้นมบุตร  แบบประเมินLATCH  score  แบบวัดความพึงพอใจหมอนหนุนให้นมบุตร  วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัยพบว่าพฤติกรรมก่อนและหลังการใช้หมอนในการให้นมบุตรในท่านอน  ในส่วนของหัวนมแม่ไม่แตก แดง หรือเป็นแผลหลังให้นมบุตร ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่คะแนนรวมของพฤติกรรมหลังการใช้หมอนในการให้นมบุตรในท่านอนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ P < .001 การประเมิน LATCH  score ในส่วนของการเลียและการอม( LATCH ) ดีขึ้น เสียงการกลืนนมดีขึ้น ( Audible ) ดีขึ้น และในส่วนของการHold ดีขึ้น ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ P < .001 แต่ในส่วนของความสบาย ( comfort ) ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ  ส่วนการประเมินความพึงพอใจด้านโครงสร้างอยู่ในระดับมากและปานกลาง ตามลำดับ ด้านการใช้งานพบว่าอยูในระดับมากและปานกลาง ตามลำดับ

ผู้วิจัยจึงมีข้อเสนอแนะว่า ขนาดและรูปร่างของหมอนควรพัฒนาให้เหมาะสมกับรูปร่างและน้ำหนักของบุตร และพัฒนาสีและเนื้อผ้าให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งาน และส่งเสริม สนับสนุน ให้กำลังใจต่อมารดาในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อไป

ผู้ตั้งกระทู้:นาง มาลีพร จันทึก จำนวนครั้งที่อ่าน : 1 ครั้ง

เอกสารแนบ