การพยาบาลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องที่มีภาวะน้ำเกิน : กรณีศึกษา

ผู้ศึกษา:นันท์นภัส  อิงคะธรรมศักดิ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หน่วยไตเทียม โรงพยาบาลสุรินทร์

ผู้นำเสนอแบบผลงานบรรยาย: นันท์นภัส  อิงคะธรรมศักดิ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

                                                                                               

                                                                            บทคัดย่อ

                บทนำ

            ไตเรื้อรังเป็นภาวะที่มีการทำลายไตนานกว่า 3 เดือน ส่งผลให้ไตทำงานผิดปกติ ซึ่งวินิจฉัยได้จากการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์ หรือตรวจพยาธิสภาพของชิ้นเนื้อไต โรคไตเรื้อรังมี 5 ระยะ ซึ่งไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย มีอัตราการกรองของไตน้อยกว่า 15 ml/min/1.73 m3 ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยต้องเข้ารับการบำบัดทดแทนไต โดยวิธีการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม หรือการล้างไตทางช่องท้อง พบอุบัติการณ์โรคไตเรื้อรังของคนไทยเท่ากับ17.6%ของประชากร หรือประมาณ 8ล้านคน และตรวจพบผู้ป่วยรายใหม่ ปีละ10,000ราย ปีงบประมาณ2560 จังหวัดสุรินทร์คัดกรองพบ 107,268 คน และมีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ที่รักษาบำบัดทดแทนไตด้วยวิธีล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง(CAPD)รวม 403คน และเป็นผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนเรื่องภาวะน้ำเกิน 28 คน ซึ่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสุรินทร์

          สาเหตุของภาวะน้ำเกิน คือ การเลือกรูปแบบวิธีล้างไตทางช่องท้องที่ไม่เหมาะสมกับสภาพเยื่อบุช่องท้อง สภาพเยื่อบุช่องท้องเปลี่ยนแปลงไปจากสาเหตุการติดเชื้อ ล้างไตเป็นระยะเวลานาน หรือการปฏิบัติตัวที่ไม่เหมาะสมของผู้ป่วย ดังนั้นเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ลดภาวะแทรกซ้อนและอัตราตาย แพทย์โรคไตและพยาบาลไตเทียมจำเป็นต้องประเมินสภาพผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อค้นหาปัญหาที่แท้จริงของผู้ป่วย และให้การรักษาพยาบาลได้ถูกต้อง รวมถึงเป็นผู้ให้คำปรึกษาที่ดีแก่ผู้ป่วยและผู้ดูแล ในแต่ละครั้งที่มา Follow Up  การรักษาด้วยวิธีล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง จะสำเร็จได้ขึ้นกับผู้ป่วยและผู้ดูแลเป็นหลัก เนื่องจากต้องล้างไตด้วยตนเองที่บ้าน ดังนั้นผู้ป่วยต้องมีทัศนคติที่ดีต่อการรักษา มีความรู้ความเข้าใจถูกต้องในเรื่องโรค การเปลี่ยนน้ำยาล้างไต อาหาร น้ำดื่ม ยา อย่างชัดเจน รวมถึงกำลังใจที่ดีจากผู้ดูแล และมีการประสานงานกับผู้นำชุมชน (รพ.สต. อบต. อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน) เพื่อส่งต่อและดูแลผู้ป่วยที่บ้าน

          วัตถุประสงค์ : เพื่อเป็นแนวทางในการพยาบาลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องอย่างต่อเนื่อง ที่มีภาวะน้ำเกิน โดยการล้างไตทางช่องท้อง ด้วยเครื่องอัตโนมัติ ด้วยน้ำยา 4.25% ในระยะสั้นร่วมกับการใช้เครื่องช่วยหายใจ การตรวจเยื่อบุช่องท้องซ้ำ เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบ CAPD ให้เหมาะสมในระยะยาว รวมถึงการ Retraining CAPD

          วิธีศึกษา : การล้างไตทางช่องท้องอย่างต่อเนื่องด้วยน้ำยา 4.25% และ Retraining CAPD

         ผลการศึกษา : ผู้ป่วยหญิงไทยอายุ 28 ปี เข้ารับการรักษาด้วย 1 วัน ก่อนมาโรงพยาบาลหายใจหอบ นอนราบไม่ได้ บวมทั้งตัว ญาตินำส่งโรงพยาบาลชุมชน แพทย์พิจารณาใส่ ET-tube และส่งต่อมารักษาที่โรงพยาบาลสุรินทร์ แรกรับที่หอผู้ป่วยอายุรกรรมหญิง อาคาร14/6 BP202/120 mmHg. PR102 ครั้ง/นาที RR  34 ครั้ง/นาที on ET-tube ĉ Ventilator มี Floaty sputum ส่งปรึกษาอายุรแพทย์โรคไตและพยาบาลไตเทียม  เพื่อแก้ไขภาวะน้ำเกินทันที ได้รับการล้างไตทางช่องท้องโดยเครื่องล้างไตอัตโนมัติด้วยน้ำยา 4.25%PDF ทันที ร่วมกับยาNicardipine 12 mg +5% D/W100 ml ĉ 5 ml/hr. titrate keep

BP < 180>

          ภาวะน้ำเกินแก้ไขโดยการล้างไตทางช่องท้องโดยเครื่องล้างไตอัตโนมัติรวม 4วัน   กำไรสุทธิต่อวันเท่ากับ 5,160 ,3752, 3,600 และ1,991 ml. อาการดีขึ้นตามลำดับ สามารถถอดเครื่องช่วยหายใจได้ในวันที่3 ของการนอนโรงพยาบาล และในวันที่5เริ่ม CAPD ĉ 1.5% PDF 2000ml(รูปแบบ Dry night)  ปัญหาวิกฤติได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ส่วนในเรื่องภาวะซีด และภาวะทุโภชนาการ และล้างไตทางช่องท้องอย่างต่อเนื่องที่บ้าน ยังคงต้องติดตามและประเมินผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง  ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในรวม 5 วัน อาการดีขึ้น จำหน่ายทุเลาโดยแพทย์อนุญาตและนัดตรวจที่ CAPD Clinic ในอีก 2 สัปดาห์ (วันพุธ)

          สรุปและข้อเสนอแนะ  ภาวะน้ำเกินในผู้ป่วยรายนี้เป็นผลกระทบจากการล้างไตไม่สม่ำเสมอ มีภาวะน้ำเกินสะสม ทำให้เกิดภาวะวิกฤต จนต้องใส่เครื่องช่วยหายใจจากภาวะ Respiratory Failure และความดันโลหิตสูง จำเป็นต้องล้างไตทางช่องท้องโดยเครื่องอัตโนมัติด้วยน้ำยาล้างไตที่มีความเข้มข้นสูงคือ 4.25% PDF เพื่อดึงน้ำส่วนเกินออกจากร่างกายในปริมาณมากในช่วงเวลาสั้น เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยให้ปลอดภัย พยาบาลไตเทียม จำเป็นต้องมีความรู้ความสามารถ ทักษะ และความชำนาญในการล้างไตทางช่องท้องทั้งแบบ Manual & เครื่องอัตโนมัติ รวมถึงสามารถประเมินผู้ป่วย วิเคราะห์ปัญหาร่วมกับอายุรแพทย์โรคไต เพื่อวางแผนการรักษาพยาบาลที่ถูกต้องเหมาะสมอย่างทันท่วงที นอกจากนั้น จำเป็นต้องติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่ผู้ป่วยนอนรักษาตัวที่ในโรงพยาบาล  และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ การ Retraining เรื่องการล้างไตทางช่องท้องที่บ้าน อย่างสม่ำเสมอ พยาบาลไตเทียม และ ทีมสหสาขาวิชาชีพ จำเป็นต้องประสาน และส่งต่อผู้ป่วยให้กับสถานพยาบาลใกล้บ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล  องค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน  เพื่อติดตามการรักษาพยาบาลและแก้ไขปัญหาร่วมกัน รวมถึงให้ความช่วยเหลือ ให้กำลังใจผู้ป่วย ส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วย

 

ผู้ตั้งกระทู้:นาง มาลีพร จันทึก จำนวนครั้งที่อ่าน : 1 ครั้ง

เอกสารแนบ