ใบงานการตั้งคำถามวิจัย

“โครงการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย Routine to research (R2R) ประจำปี 2561”

 

  1. ชื่อเรื่องงานวิจัย(ควรเป็นงานวิจัยเชิงทดลอง /action research /หรือ R&D)

ชื่อวิจัย เรื่อง ศึกษาผลการให้ข้อมูลเตรียมความพร้อมต่อความรู้ พฤติกรรมการดูแลตนเองและคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่ได้รับยาเคมีบำบัด

  1. ชื่อทีมวิจัย(ควรมี 2 คน ขึ้นไป)
  2. หน่วยงานที่ท่านจะเก็บข้อมูล(สถานที่เก็บข้อมูลวิจัย)

           หอผู้ป่วยเคมีบำบัด 5จ

  1. ทำไมถึงทำเรื่องนี้(ขนาดและความสำคัญของปัญหาเช่น ความรุนแรงของปัญหาที่พบสถิติผู้ป่วยทั้งหมดและจำนวนผู้ป่วยที่พบปัญหานั้นทบทวนงานวิจัยเพื่อหาทางแก้ปัญหามีวิธีการอะไรบ้างที่สามารถนำมาแก้ไขปัญหา และท่านจะนำวิธีไหนมาแก้ปัญหานั้นเพราะอะไร)

          โรคมะเร็งท่อน้ำดีเป็นปัญหาสุขภาพของประชากรไทยและเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญยิ่งของประเทศไทย  โรคมะเร็งท่อน้ำดีเป็นโรคมะเร็งที่มีสาเหตุเกิดมาจากเซลล์เยื่อบุผนังของท่อทางเดินน้ำดีภายในและภายนอกตับที่เปลี่ยนแปลงผิดปกติ พบมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและมีอุบัติการณ์เกิดสูงสุดในโลก และเป็นสาเหตุการตายที่สำคัญอันดับแรก (สถาบันมะเร็งแห่งชาติ, 2554)สำหรับในโรงพยาบาลศรีนครินทร์จากการเก็บข้อมูล พ.ศ. 2554-2558 พบว่าผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่เข้ามารับการรักษาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งมีจำนวนผู้ป่วยชาย จำนวน3,740 คน และ จำนวนผู้ป่วยหญิง จำนวน1,778 คน คิดเป็นอัตราส่วน 2.1:1 (หน่วยมะเร็ง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2558) จากสถิติผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่มารับการรักษาโดยการให้ยาเคมีบำบัดในหอผู้ป่วยเคมีบำบัด 5จ ในปี พ.ศ. 2558 พบมากเป็นอันดับ 2 จำนวน 450 คน คิดเป็นร้อยละ 17.36 และในปี พ.ศ. 2559 พบมากเป็นอันดับ 2 จำนวน 361 คน คิดเป็นร้อยละ 14.93 (ข้อมูลทะเบียนประวัติหอผู้ป่วยเคมีบำบัด 5จ, 2559)

          ผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่ได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด จะต้องเผชิญกับความเครียดทั้งจากการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งและจากผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัด มีปัญหาด้านร่างกาย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหารและมีปัญหาด้านจิตใจ วิตกกังวลกลัวโรคจะลุกลามมากขึ้น ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทุกเดือน ทำให้เกิดปัญหาด้านเศรษฐกิจ แบบแผนการดำเนินชีวิตและบทบาทด้านสังคมเปลี่ยนแปลง ต้องพึ่งพาผู้อื่น และมีปัญหาทางด้านจิตวิญญาณตามมา ดังนั้น ผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่ได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดจำเป็นจะต้องได้รับข้อมูลเตรียมความพร้อมเพื่อให้ผู้ป่วยมีความรู้ สามารถดูแลตนเองและมีพฤติกรรมการดูแลตนเองที่เหมาะสมตลอดจนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

 

  1. คำถามการวิจัย คืออะไร(คำถามหลัก primary research question และ/หรือ คำถามรอง secondary research question )

ความรู้ พฤติกรรมการดูแลตนเองและคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่ได้รับยาเคมีบำบัดเป็นอย่างไร

  1. Study design เป็นชนิดไหน

วิจัยกึ่งทดลอง one group pre test-post test design

 

  1. วัตถุประสงค์ในการทำวิจัย คืออะไร(วัตถุประสงค์หลัก วัตถุประสงค์รอง)

เพื่อศึกษาผลการให้ข้อมูลเตรียมความพร้อมต่อความรู้ พฤติกรรมการดูแลตนเองและคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่ได้รับยาเคมีบำบัด

 

  1. กลุ่มผู้ป่วยที่ต้องการศึกษา (ขนาดและความสำคัญเช่น จำนวนผู้ป่วย การคำนวณกลุ่มตัวอย่าง)

กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่ได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด โดยมีเกณฑ์เลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) คือเป็นผู้ป่วยอายุ 18 ปีขึ้นไป ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดีและได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด มีสติสัมปชัญญะดี สื่อสารได้ สมัครใจและยินดีให้ความร่วมมือในการศึกษาวิจัย ได้ตลอดโครงการ ที่หอผู้ป่วยเคมีบำบัด 5จ โรงพยาบาลศรีนครินทร์

 

  1. จะต้องทำกิจกรรมอะไรบ้าง/อย่างไร (วิธีการนำโปรแกรม/แนวปฏิบัติไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง )

          ขั้นตอนแรก ผู้ช่วยวิจัยซึ่งผ่านการอบรมเรื่องการใช้แบบประเมิน จะวัดพฤติกรรมการดูแลตนเองและความรู้ในการดูแลตนเองของกลุ่มตัวอย่างก่อนได้รับข้อมูลเตรียมความพร้อม 1 วัน  ขั้นตอนที่ 2 หลังจากนั้นผู้วิจัยจะให้ข้อมูลเตรียมความพร้อมแก่ผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่ได้รับยาเคมีบำบัด ซึ่งประกอบด้วย 1) วิดิทัศน์เรื่องการดูแลตนเองของผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่ได้รับเคมีบำบัด 2)คู่มือการดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่ได้รับยาเคมีบำบัด และ 3) ให้ข้อมูลเตรียมความพร้อมโดยพยาบาล 1 วันก่อนรับเคมีบำบัด  ขั้นตอนที่ 3 ผู้ป่วยจะได้รับการประเมินความรู้ในการดูแลตนเองหลังได้รับข้อมูลเตรียมความพร้อมและประเมินพฤติกรรมการดูแลตนเองและคุณภาพชีวิตอีก  4  สัปดาห์ถัดมา จากผู้ช่วยวิจัย ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ผู้ป่วยมารับยาเคมีบำบัดครั้งถัดไป

  1. จะวัดผลอย่างไร(จะใช้เครื่องมืออะไรประเมินผลลัพธ์)

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วย แบบประเมินความรู้ แบบประเมินพฤติกรรมการดูแลตนเองและแบบประเมินคุณภาพชีวิต ผู้ป่วยจะได้รับการประเมินครั้งแรกและครั้งที่ 2 ของการมารับยาเคมีบำบัด วิเคราะห์ข้อมูลโดยวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคล  ความรู้ในการดูแลตนเอง  โดยใช้ความถี่และร้อยละคำนวณหาค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนพฤติกรรมการดูแลตนเองของกลุ่มตัวอย่าง ก่อนและหลังให้ข้อมูลเตรียมความพร้อม และเปรียบเทียบความแตกต่างของพฤติกรรมการดูแลตนเองของกลุ่มตัวอย่าง ก่อนและหลังการให้ข้อมูลเตรียมความพร้อม โดยใช้สถิติวิเคราะห์ Pair T-Test